วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

๔๔ บททุติยาวิภัตติ การิตกรรม - อัจจันตสังโยคะ

การิตกรรม (ยัง)
         ๓. บททุติยาวิภัตติ ที่เป็นที่ถูกใช้ให้ทำ เรียกชื่อว่า การิตกรรม แปลว่า ยัง หมายถึง เป็นบทที่ใช้ขยายกริยาในฐานะที่เป็นผู้ถูกใช้ให้ทำหรือผู้ทำในฐานะผู้รับใช้.

๔๓ บทขยายกริยาที่เป็นทุติยาวิภัตติ - อวุตตกรรมและสัมปาปุณิยกรรม

อวุตตกรรม (ซึ่ง)
         ๑. บทที่ประกอบด้วยทุติยาวิภัตตินี้ ถ้าใช้เป็นบทกรรมอันเป็นสิ่งที่ถูกทำ ให้แปลว่า ซึ่ง มีชื่อเรียกบทกรรมขนิดนี้โดยเฉพาะว่า อวุตตกรรม แปลว่า กรรมที่ไม่ได้ถูกกริยาอาขยาตกล่าวโดยเป็นประธาน. [1]

๔๒ บทขยายกริยาที่เป็นนามบทประกอบด้วยวิภัตติต่างๆ

๑. นามบทที่ประกอบด้วยวิภัตติต่าง ๆ  
         ได้แก่ นามบทที่ประกอบด้วยวิภัตติอื่นมีทุติยาวิภัตติเป็นต้น มีสัตตมีวิภัตติเป็นที่สุดที่มีความเกี่ยวข้องกับกริยา เว้นปฐมาวิภัตติ ฉัฏฐีวิภัตติทั้งหมด และสัตตมีวิภัตติบางอย่างที่เป็นบทขยายประธาน ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนว่าด้วยบทประธาน.

๑ บทนามที่ประกอบด้วยทุติยาวิภัตติ
         บทนามที่ประกอบด้วย อํ และ โย ทุติยาวิภัตติ ที่มีสำเนียงอายตนิบาตว่า ที่ปรากฏในแบบเรียนว่า ซึ่ง, สู่, ยัง, สิ้น.  และที่ปรากฏอยู่นอกแบบเรียนอีกว่า กะ,เฉพาะ, ให้เป็น, ว่าเป็น. รวมไปถึงที่ไม่ต้องออกสำเนียงอายตนิบาตให้แปลเพียงศัพท์เดิมด้วย ใช้เป็นบทขยายกริยาอย่างเดียว มีชื่อเรียกโดยเฉพาะและความหมายโดยสังเขปดังตารางนี้

ชื่อเรียก
คำแปล
ความหมายโดยสังเขป
หมายเหตุ
อวุตตกรรม
ซึ่ง
เป็นที่ทำ
จัดเป็นบทที่ขยายกริยาประเภทนี้โดยตรง และขยายกริยาได้อย่างเดียว
สัมปาปุณียกรรม
สู่
เป็นที่ไปถึง
การิตกรรม
ยัง
เป็นที่ใช้ให้ทำ
อกถิตกรรม
กะ, เฉพาะ
เป็นที่รับพูด
วิกติกรรม
ให้เป็น
เป็นบทกรรมที่ถูกเปลี่ยนจากบทกรรมเดิม
 ๒ ประเภทนี้ ไม่เข้าเกณฑ์ของบทที่ขยายกริยาประเภทนี้
กริยาวิเสสนะ
-
เป็นคุณบทแห่งกริยา
อัจจันตสังโยคะ
สิ้น, ตลอด
เป็นที่ลุล่วง
ขยายได้ทั้งนามและกริยา

         จะได้กล่าวบททุติยาวิภัตติทั้งหมดเหล่านี้ไปตามลำดับ


๔๑ บทขยายกริยา

บทที่ ๔ บทขยายกริยา
         บทประธานมีบทขยายเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้นโดยประการใด แม้บทกริยา จำต้องมีบทอื่นมาเกี่ยวข้องเพื่อทำให้มีความสมบูรณ์ชัดเจนขึ้น โดยประการนั้นเช่นกัน. บัดนี้ บทขยายกริยามีลักษณะเช่นใด มีกี่ประเภท จะปรากฏอยู่ในตำแหน่งใดของประโยค จะได้ชี้แจงสาระสำคัญเหล่านี้ เพื่อความแจ่มแจ้งในบทกริยานั้น.

๔๐ ข้อสรุปของภาคกริยา และแบบฝึกหัดทบทวน

ข้อกำหนดสำหรับภาคกริยา
         ๑. กริยาบท ได้แก่ ธาตุที่ประกอบด้วยวิภัตติและปัจจัยแล้ว
         ๒. กริยาบททำหน้าที่กำหนดความสิ้นสุดประโยค คือ ถ้าสิ้นสุดเฉพาะข้อความของประธาน แต่ยังมีกระแสความต่อ เรียกว่า อัพภันตรกริยา แต่ถ้าสิ้นกระแสความทั้งประโยค เรียกว่า กริยาคุมพากย์

๓๙ วิธีประกอบประโยค

๑๐ วิธีประกอบประโยค
         เมื่อนำองค์ประกอบทั้งหมดดังที่กล่าวมานั้น มาปรุงรวมเข้าแล้วย่อมเป็นกริยาอาขยาตบท โดยแบ่งออกตามลักษณะที่คุมส่วนประกอบต่าง ๆ เข้าเป็นประโยค ดังนี้

๓๘ ข้อสรุปอาขยาต

ข้อกำหนดในกริยาอาขยาตทั้งหมด ดังนี้
         ๑) อาขยาต ได้แก่ ศัพท์ที่กล่าวถึงกริยา คือ อาการหรือการกระทำของคำนาม
         ๒) คำว่า กริยา ในที่นี้ได้แก่ ศัพท์ที่เรียกว่า ธาตุ ที่ยังไม่ได้ประกอบกับวิภัตติและปัจจัย. ซึ่งตรงกับ ลิงค์ หรือ ศัพท์เดิม ของนามบท ที่ยังไม่ได้ประกอบกับวิภัตติ
         ๓) กริยาบททั้งปวงล้วนประกอบขึ้นจากธาตุ ต้องมีธาตุเป็นที่ตั้ง แม้คำนาม หากจะสืบค้นจริง ๆ ก็ล้วนสำเร็จมาแต่ธาตุเช่นกัน
         ๔) องค์ประกอบของกริยาอาขยาตบท เมื่อกล่าวโดยพิสดารมี ๘ คือ ธาตุ วิภัตติ กาล บท วจนะ บุรุษ ปัจจัย วาจก แต่เมื่อกล่าวโดยสรุป แล้วมี ๓ เท่านั้น คือ ธาตุ วิภัตติ และปัจจัย  เพราะวิภัตติเป็นเครื่องจำแนกธาตุเหล่านั้นให้เป็นกาล บท วจนะ บุรุษ,  ส่วน ปัจจัย เป็นเครื่องกำหนดวาจกอีกทีหนึ่ง จึงย่อได้เป็น ๓ ประการ
         ๕) ธาตุ แบ่งเป็นหมวดใหญ่ ๆ โดยอาศัยปัจจัยที่แบ่ง เป็น ๘ หมวด แต่เมื่อว่าโดยลักษณะของบทกรรมมารับมี ๒ อย่าง คือ สกัมมธาตุและอกัมมธาตุ. และเมื่อว่าโดยเสียงมี ๒ อย่าง คือ ที่มีเสียงเดียวและมีหลายเสียง
         ๖) วิภัตติ แบ่งโดยกาล ๓ คือ อดีต ปัจจุบันและอนาคตรวมไปถึงที่พ้นจากกาลด้วย มี ๘ หมวด ๆ ๑๒ ตัวรวมเป็น ๙๖ ตัว.
         ๗) ในแต่ละหมวดที่มี ๑๒ ตัวนั้น แบ่งเป็น ๒ บท ๆ ละ ๖ ตัว. ในแต่ละ ๖ นั้น แบ่งเป็นฝ่ายเอกวจนะ ๓ และ พหุวจนะ ๓. และแบ่งโดยบุรุษทั้ง ๓ มีบุรุษละ ๔ ตัว คือ บทละ ๖ ละ ๒ วจนะ.
         ๘) ปัจจัยเป็นเครื่องจำแนกวาจกออกเป็น ๕ วาจก โดยกัตตุวาจกเป็นต้น.
        

****