วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

๑๕. ภาคประธานของประโยค : คำนาม

บทที่ ๒ ภาคประธานของประโยค
         ก่อนจะขึ้นหัวข้อนี้ ลองทบทวนดูว่า ในแต่ละประโยคต้องประกอบไปด้วย ภาคประธาน อันได้แก่ คำนามทั้งหลาย เป็นต้น และภาคกริยา พร้อมทั้งบทขยายอีกเป็นจำนวนมากเข้ามาประกอบ เพื่อทำให้คำนามและกริยาเหล่านั้นมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น. ดังนั้น ก่อนจะเข้าใจถึงโครงสร้างประโยค ควรจะเข้าใจในศัพท์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นคำนามและกริยาเสียก่อน. จะเริ่มเรียนเรื่องภาคประธานและบทขยายเป็นลำดับแรก.

๑๔. ๒. ลักษณะแห่งประโยคภาษาบาลี

๒. ลักษณะแห่งประโยคภาษาบาลี
         ลักษณะของประโยคภาษาบาลี ก็คงมีความเป็นไปเหมือนประโยคในภาษาทั้งหลาย ที่มีประโยคบอกเล่า กล่าวถึงเรื่องราวธรรมดา มีประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ มีประโยคย่อยที่แทรกอยู่ในประโยคหลัก ในแต่ละประโยคก็จะกล่าวถึงกาลเวลาที่ประธานนั้นทำกิริยา บอกถึงจำนวนของประธาน บอกถึงว่าประธานในประโยคนั้นเป็นใคร เป็นผู้ทำกิริยาเอง หรือเป็นผู้ถูกผู้อื่นทำอีก. สาระทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับว่า นักปราชญ์เจ้าของภาษานั้น จะกำหนดคำศัพท์ให้บอกอะไรได้แค่ไหน. ภาษาบาลี มีลักษณะเหล่านี้ครบเหมือนกันกับภาษาอื่น ๆ ในโลกนี้. เพียงแต่ คำศัพท์ภาษาบาลี เมื่อถ่ายทอดออกมาสู่ภาษาอื่น ๆ แล้ว ย่อมใช้คำศัพท์ในภาษาไทยเป็นต้น ที่จะถ่ายทอดมานั้นมากกว่าเท่านั้น.

๑๓. โครงสร้างของประโยคบาลีทั่วไป

บทที่ ๒
๑. วจีวิภาค โครงสร้างของคำพูดภาษาบาลี
            ประโยคคำพูดในภาษาบาลี เมื่อแยกออกมาแล้ว คงประกอบไปด้วยส่วนใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ประการ คือ คำนาม และ คำกริยา หรือ ภาคประธาน และ ภาคกริยา เช่นเดียวกับทุกภาษานั่นเอง เพราะเหตุนั้น ในภาคนี้ จะได้ศึกษากันในเรื่องของคำนามและคำกริยา เพื่อจะได้วิเคราะห์ในรูปแบบแห่งประโยคในภาษาบาลีสืบไป.

๑๐. แบบฝึกหัดทบทวนที่ ๑

แบบฝึกหัดทบทวนที่ ๑
         เพื่อเป็นการทดสอบตัวของท่านเอง โปรดทบทวนความรู้ด้วยแบบฝึกหัดดังนี้
๑ ตอบคำถาม
          ๑. โครงสร้างทางไวยากรณ์ในภาษาบาลี มีอยู่เท่าไร อะไรบ้าง ? - ทบทวน น. ๘.
          ๒. อักขรวิธี แบ่งออกเป็นกี่อย่าง อะไรบ้าง ? - ทบทวน น. ๙
         ๓. อักษร หมายความว่าอย่างไร และ อักษรแบ่งออกเป็นกี่อย่าง ? - ทบทวน น. ๘

๙. สังเกตการเขียนอักษรในภาษาบาลี

หมั่นสังเกตวิธีการเขียนอักษรในภาษาบาลี
            หัวข้อนี้ เป็นการตรวจสอบความรู้เราเองเพื่อที่วันหน้าจะได้เขียนบาลีได้ไม่ผิด และเป็นเครื่องบอกได้ว่า นี้เป็นคำที่เห็นใช้ในภาษาบาลี.  หลักการเขียนคำศัพท์ในภาษาบาลีนี้ มีหลักเกณฑ์ทั่วไป ดังนี้

๘. มาอ่านบาลีกัน : การผสมพยัญชนะและสระ

มาอ่านบาลีกัน
         พยัญชนะเมื่อปรากฏอยู่เดี่ยว ๆ ไม่สามารถออกเสียงได้เลย ต้องมาผสมกับสระแล้วจึงจะออกเสียงได้ ดังนั้น พยัญชนะ ท่านจึงตั้งสมญาว่า มูคะ (อักษรใบ้).  ส่วนสระนั้นเล่า แม้ว่าจะไม่มีพยัญชนะมาผสม ตัวเองจะออกเสียงได้เองก็เอาเถิด แต่กระนั้น ลำพังแต่สระ เมื่อออกเสียงแล้ว ใช่ว่าจะสื่อความหมายให้ปรากฏได้ไม่ เพราะเมื่อเปล่งเสียงแล้ว ก็มีแต่เสียง อะ ไปทั้งหมด. อย่างเราจะพูดว่า ไปไหนมา ถ้าไม่มีพยัญชนะมาประกอบกับสระแล้ว เวลาออกเสียง ผู้อื่นก็จะได้ยินเสียงว่า ไอ ไอ๋ อา เมื่อเป็นดังนี้ ใครเล่าจะฟังรู้เรื่อง ดังนั้น พยัญชนะจึงเป็นตัวช่วยสำหรับการสื่อถึงเรื่องราวที่ประสงค์จะพูดให้ปรากฏได้ และนี้คือที่มาของคำว่า พยัญชนะ นั้นเอง ด้วยเหตุนี้ พยัญชนะ แปลว่า อักษรที่ทำให้ความหมายปรากฏ, ส่วน สระ แปลว่า อักษรที่ออกเสียงเองได้.

๗. สระ

สระ
         สระในภาษาบาลีมี ๘ ตัว ดังนี้
         อ  อา  อิ  อี  อุ  อู  เอ  โอ
         สระทั้ง ๘ ตัว ก็ออกเสียงตามปกติเหมือนภาษาไทย. 
         ถ้าเราจะแบ่งสระออกตามเวลาที่สระนั้นออกเสียงจะแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้